Site Overlay

ทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัวอย่างถูกวิธี

ทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัวอย่างถูกวิธี

ทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัวอย่างถูกวิธี รู้กันดีอยู่แล้วว่าห้องครัวเป็นห้องที่เราใช้สำหรับประกอบอาหาร มีวัตถุดิบเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด และมันก็ไม่แปลกถ้าห้องนี้จะเต็มไปด้วยแบคทีเรียต่างๆ คราบสกปรก แต่เราสามารถทำให้สิ่งเหล่านี้ลดลงได้ด้วยการหมั่นดูแลและรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอหลังจากที่ใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ควรปล่อยให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามีคราบอาหาร เชื้อรา หรือสิ่งสกปรกติดอยู่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนในบ้านนั่นเอง เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้เป็นตัวช่วยสำหรับทำอาหารที่จะส่งต่อเข้าร่างกายนั่นเอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วิธีการทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัวอย่างถูกวิธี"

  1. เตาอบ

หากเตาอบผ่านการใช้งานมานานและเริ่มมีคราบสกปรกอยู่เต็มไปหมดคุณคงรู้สึกไม่ดีแน่ใช่มั้ยล่ะค่ะ ดังนั้นก็คงถึงเวลาต้องทำความสะอาดเสียทีล่ะค่ะ ขั้นตอนแรกเลยนะคะคุณควรทำความสะอาดเตาอบด้วยการผสมเบกกิ้งโซดาและโซดาเข้าด้วยกัน จากนั้นแล้วก็นำไปป้ายบริเวณด้าข้างเตาอบและส่วนสำหรับรองรับถาดของเตาอบให้ทั่วถึงนะคะ รอสักพักประมาน 20 นาที หรือจนกระทั่งมีคราบเบกกิ้งโซดาปรากฏขึ้นมา จากนั้นให้ใช้สเปรย์น้ำส้มสายชูฉีดพรมให้ทั่วคราบเบกกิ้งโซดาที่ปรากฎขึ้นมานั้นเองค่ะ และคอยฉีดน้ำส้มสายชูลงบนคราบทุก ๆ 30 นาที ทำไปเรื่อยเลยนะคะอย่าขี้เกียจเสียก่อนล่ะ จนกระทั่งคุณเข้านอน ตื่นเช้ามาก็ค่อยใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำ เช็ดคราบเบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูออกให้หมด แค่นี้เองค่ะเตาอบอันแสนสกปรก และเต็มไปด้วยคราบต่างๆก็สะอาดเอี่ยม เงาวับ อย่างกับซื้อเตาอบใหม่มาเลยนะคะ

  1. เครื่องล้างจาน

ถ้าปกติคุณทำความสะอาดเครื่องล้างจานด้วยการใส่เพียงแค่น้ำยาล้างจานและเปิดระบบทำงานตามปกติโดยไม่มีจานบางครั้งมันก็สะอาดไม่เท่าที่ควรกันใช่มั้ยล่ะคะ วันนี้เราเคล็ดลับมาบอกค่ะ ให้คุณเปลี่ยนมาใช้น้ำส้มสายชูแทนน้ำยาล้างจานลองดูสิค่ะ เพราะมีประสิทธิภาพในการกำจัดคราบสกปรกและกลิ่นติดค้างในเครื่องล้างจานได้ดีเยี่ยมอย่างที่คุณคาดมุถึงเลยล่ะค่ะ แต่ถ้ายังมีคราบฝังแน่นติดอยู่นั้น แนะนำว่าให้ใช้วิธีที่มาแต่โบราณเลยนะคะแต่ผลลัพธ์มันไม่โบราณอย่างที่คิดเลยล่ะ นั่นคือให้ใช้น้ำมะนาวผสมกับเกลือ ขัดเป็น สครับตรงบริเวณคราบฝังแน่นซ้ำอีกทีก็จะทำให้เครื่องล้างจานของคุณสะอาดโดยปราศจากคราบฝังแน่นเลยนะคะ

  1. ตู้เย็น

ก่อนอื่นที่คุณจะทำการล้างต้องนำของที่อยู่ในตู้เย็นออกมาให้หมดนะคะ และสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างยิ่งคือกำจัดอาหารที่หมดอายุหรือบูดเน่าทิ้งไปออกไปเสียให้หมดค่ะ เสร็จแล้วก็ใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ โรยด้วยผงเบกกิ้งโซดาเพิ่มเข้าไปด้วยนะคะ แล้วค่อยเช็ดทำความสะอาดให้ทั่วทั้งตู้เย็น จากนั้นใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดอีกครั้งนะคะ แต่ทั้งนี่ทั้งนั้นอย่าลืมถอดปลั๊กล่ะค่ะ เพื่อความปลอดภัยของคุนเอง

  1. ไมโครเวฟ

สังเกตมั้ยล่ะคะปกติคุณอุ่นอาหารทั้งที่เปิดฝา และไม่เปิดฝา แต่เมื่ออาหารที่โดนความร้อนก็ยังจะกระเด็นมาติดบริเวณเตาไมโครเวฟเล็ก ๆ ได้อยู่ดีนั่นเองค่ะ ซึ่งทำให้ไมโครเวฟเกิดคราบสกปรกและกลิ่นอาหารสารพัดชนิดก็อบอวลติดค้างอยู่ไม่จางหายบางครั้งคุณแม่บ้านเกิดอาการขี้เกียจทำความสะอาด จึงเกิดความสะสมอยู่นานเข้าๆจึงเช็ดไม่ค่อยออก วันนี้เรามีวิธีแก้มาบอกค่ะ ให้คุณแม่บ้านทำความสะอาดด้วยการนำมะนาวหนึ่งลูก มาบีบใส่ลงในถ้วยที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้ จะใส่เปลือกมะนาวที่บีบน้ำออกหมดแล้วลงไปด้วยก็ได้ และให้ใส่น้ำสะอาดลงไปนิดนึงด้วยนะคะ จากนั้นก็นำเข้าไมโครเวฟ โดยไม่ต้องปิดฝาภาชนะ และตั้งอุณหภูมิสูงสุด ตั้งเวลาอุ่นประมาณ 1-2 นาที พอให้น้ำมะนาวเดือด เพื่อให้ไอจากน้ำมะนาวในถ้วย กระจายไปทั่วทั้งไมโครเวฟ เพราะกรดมะนาวสามารถกำจัดกลิ่นอาหารที่ติดค้างได้อย่างหมดจด และไอจากน้ำมะนาวก็สามารถละลายคราบเปื้อนที่ฝังติดอยู่ให้อ่อนตัวนั่นเองค่ะ คุณแม่บ้านจึงสามารถใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเหล่านี้ออกได้อย่างง่ายดายเลยล่ะค่ะ ไม่เหนื่อยด้วย และใช้เวลาที่นานนักหรอกค่ะ

  1. เครื่องปิ้งขนมปัง

อุปกรณ์ที่ทำความสะอาดยากที่สุดเลยใช่มั้ยล่ะค่ะ แต่โดยปกติคุณคงใช้วิธีถอดปลั๊กเครื่องปิ้งขนมปังออก และกลับหัวที่ปิ้งขนมปังลง เสร็จแล้วก็เขย่าเพื่อให้เศษขนมปังหลุดออกไปค่ะ แต่คราวนี้ให้เพิ่มเติมด้วยการแกะส่วนฐานของเครื่องปิ้งออกด้วย และเขย่าอีกครั้งให้เศษขนมปังที่ติดค้างอยู่หลุดออกมานั่นเองค่ะ แล้วให้คุณให้ฉีดสเปรย์น้ำส้มสายชูอย่างเบาบางลงบนผ้าสะอาด แล้วก็นำมาเช็ดเครื่องปิ้งขนมปังให้ทั่วอีกครั้ง ก่อนจะประกอบชิ้นส่วนทุกชิ้นเข้าไปเหมือนเดิม เป็นวิธีที่กำจัดคราบต่างๆได้อย่างดีไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

  1. เครื่องครัวสเตนเลสทุกชนิด

ข้อห้ามก่อนนะคะสำหรับคุณแม่บ้านที่ชอบใช้ฝอยขัดหม้อมาขัด เลิกใช้วิธีการนี้โดยด่วนเลยนะคะ เพราะคุณไม่ควรนำฝอยขัดที่ทำมาจากโลหะมาขัดโดยเด็ดขาดนะคะ เพราะนอกจากทำให้เกิดริ้วรอยที่ไม่น่าดูแล้วยังลดความสวยงามของเครื่องครัวลงไปทันทีทำให้ดูเหมือนเก่ามากๆเลยล่ะค่ะ คุณควรทำความสะอาดแค่เล็กน้อยเพียงล้างทำความสะอาดด้วยฟองน้ำที่มีใยไม่แข็งกระด้างนัก และใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้งอีกครั้ง เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ

หากใช้เครื่องครัวสเตนเลสไปนานๆ แล้วผิวของเครื่องครัวเริ่มหมอง อยากให้เงางามขึ้นวันนี้เรามีเคล็ดลับมาบอกเช่นกันนะคะ

  • ให้นำผงฟูผสมกับน้ำพอประมาณ แล้วใช้ผ้านุ่มชุบน้ำที่เตรียมไว้มาเช็ด ก็จะได้ความเงากลับคืนมา

หากคุณสนใจที่จะซื้อหรือเปลี่ยนเครื่องครัวใหม่ล่ะก็ ไม่ต้องมองหาที่ไหนอีกแล้วค่ะ เพราะ Kitchenform ได้รวบรวมและคัดสรร อุปกรณ์เครื่องครัวทุกชนิดมาให้คุณได้เลือกกันอย่างจุใจเลยนะคะ อย่าช้าค่ะ หากคุณอยากมีครัวที่มีอุปกรณ์ทันสมัยง่าย สะดวกสาบายแก่การปรุงอาหารนะคะ

และเพื่อความไม่ยุ่งยากอีกต่อไปเราได้มีบริการจัดส่งฟรีถึงที่เลยนะคะ อีกทั้งมีความรวดเร็วทันใจ ไม่ต้องเลยเวลารอหลายๆวันเลยนะคะ สั่งซื้อวันนี้รับสินค้าทันที่ในเวลารุ่งขึ้นค่ะ อย่ารีรอค่ะรีบๆตัดสินใจนะคะ คิทเช่นฟอร์ม กำลังรอให้บริการคุณอยู่นะคะฟ

7. ทยอยนำอาหารเข้าตู้เย็น

           เมื่อคัดแยกอาหารเน่าเสียออกไปแล้ว ให้คุณทยอยเก็บอาหารที่เหลือเข้าตู้เย็น โดยก่อนแช่ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกาะติดอยู่ออกไปให้หมดจด พร้อมกันนั้นแนะนำให้เทเบกกิ้งโซดาใส่ถ้วยแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นเพื่อดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยนะคะ

8. เช็ดช่องแช่แข็งให้สะอาด

          แม้ช่องแช่แข็งจะมีอุณหภูมิติดลบ ดูเหมือนจะไม่มีความสกปรกเท่าไร ทว่าจุดอับอย่างนี้กลับมีความสกปรกซ่อนอยู่ไม่น้อย ฉะนั้นเราก็ควรทำความสะอาดด้วยการผสมน้ำ 1 ถ้วยตวง,​ น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชา และน้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา ลงในขวดสเปรย์ เขย่าให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วนำไปฉีดให้ทั่วช่องแช่แข็ง ทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ให้หมดจด แค่นี้คราบสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ทั้งหลายก็หายวับไปกับตาแล้วจ้า

9. จัดระเบียบตู้เก็บของ

           บางคนเก็บอาหารแห้งไว้ในตู้เก็บของหรือไม่ก็เก็บพวกจาน ชาม และเครื่องครัวต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้หยิบของในตู้มาใช้สักเท่าไร กลายเป็นเปิดโอกาสให้ฝุ่นไรและความสกปรกทั้งหลายมาสะสมอยู่ในนี้เต็มไปหมด ดังนั้นอันดับแรกให้เคลียร์ตู้เก็บของให้โล่ง คัดของหมดอายุและเหลือใช้ทิ้งไป จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดทำความสะอาด ตามด้วยผ้าแห้งทันทีเพื่อป้องกันตู้เก็บของเป็นคราบน้ำ สุดท้ายให้ทยอยเก็บของเข้าตู้เหมือนเดิม

10. เคาน์เตอร์ครัวสะอาดเอี่ยม

           สำหรับเคาน์เตอร์ครัวที่ถูกใช้งานเป็นประจำควรเช็ดทำความสะอาดทุกครั้งหลังการใช้งาน ทว่าสำหรับคราบหนักฝังแน่นต้องจัดการด้วยน้ำยาทำความสะอาดสำหรับห้องครัว โดยเลือกชนิดน้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสมกับพื้นผิวเคาน์เตอร์ของคุณด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วิธีการทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัวอย่างถูกวิธี"

11. ขจัดคราบอ่างล้างจาน

           ผสมน้ำอุ่นจัดกับน้ำยาล้างจานแล้วใช้ฟองน้ำชุบทำความสะอาดให้ทั่วบริเวณอ่างล้างจาน และต้มน้ำผสมน้ำยาล้างจานพร้อมทั้งน้ำส้มสายชูเล็กน้อย รอจนน้ำเดือดจัดจึงนำไปเทลงท่อน้ำทิ้งของอ่างล้างจานทันที เพื่อกำจัดทุกสิ่งอุดตันและคราบมันที่ตกค้าง

12. จัดการคราบน้ำด่างเป็นรอย

           คราบน้ำสีขาวที่ปรากฏอยู่บนก๊อกน้ำสามารถกำจัดได้ง่าย ๆ ด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชูอย่างละครึ่ง จากนั้นนำผ้าขนหนูมาชุบก่อนนำไปเช็ดก๊อกน้ำให้ทั่ว เสร็จแล้วเช็ดอีกครั้งด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด

13. ทำความสะอาดเครื่องครัว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วิธีการทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัวอย่างถูกวิธี"

           เครื่องครัวอย่างไมโครเวฟและเครื่องปั่น รวมทั้งเครื่องครัวชนิดอื่น ๆ ควรนำออกมาทำความสะอาดด้วย โดยทางที่ดีให้ทำความสะอาดตามคำแนะนำจากคู่มือการใช้งาน ส่วนไมโครเวฟสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ๆ ด้วยการบีบน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่า นำไปอุ่นในไมโครเวฟด้วยอุณหภูมิสูงนาน 1 นาที จากนั้นใช้ฟองน้ำเช็ดคราบเปื้อนให้หมดจด

14. ปัด กวาด เช็ด ถู

           เมื่อเคลียร์องค์ประกอบอื่น ๆ ในห้องครัวเกือบครบแล้ว คราวนี้ได้เวลามาจัดการทำความสะอาดพื้นที่โดยรวม โดยเริ่มแรกให้ปัดฝุ่นทุกพื้นที่ เน้นตามมู่ลี่ด้วย จากนั้นจึงค่อยกวาดฝุ่นให้สะอาดหรือจะดูดฝุ่นแทนก็ได้ ปิดท้ายด้วยการใช้ไม้ม็อบถูพื้นเป็นอันเรียบร้อย

15. นำขยะไปทิ้ง

           งานสุดท้ายให้คุณไล่เก็บขยะจากทุกส่วนใส่ถุงปิดปากถุงให้สนิท ก่อนนำออกไปทิ้งให้เรียบ แค่นี้ก็ปิดจ๊อบได้เลยจ้า
 
           ใครที่เคยเกี่ยงงานทำความสะอาดห้องครัวเพราะคิดว่ายุ่งยาก พอได้รู้วิธีทำความสะอาดห้องครัวอย่างล้ำลึกแบบนี้แล้วน่าจะกระตุ้นให้อยากทำความสะอาดห้องครัวได้ไม่มากก็น้อยเนอะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วิธีการทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัวอย่างถูกวิธี"